1. ที่กรอบหน้าต่าง Main Toolbox คลิกเมนู File -->New หรือ กดแป้น Ctrl+N ที่คีย์บอร์ด [ภาพ4]
[ภาพ4]
2. จะปรากฏกรอบหน้าต่าง Create a New Image ให้กำหนดรูปแบบของหน้าต่างแสดงภาพ [ภาพ5]
[ภาพ5]
2.1 กำหนดขนาดของภาพจากแม่แบบ (Template) สำเร็จรูป หรือกำหนดเองจาก Image Size Width - - กำหนดขนาดความกว้างของภาพและกำหนดหน่วยวัด เช่น จุด (Pixel) หรือ นิ้ว (Inches)
Height - กำหนดขนาดความสูงของภาพ โดยหน่วยวัดจะเป็นหน่วยเดียวกับขนาดความกว้าง
2.2 กำหนดรายละเอียดขั้นสูงโดยคลิกที่ปุ่มบวกของหัวข้อ Advanced Options แล้วจะเปลี่ยนเป็นปุ่มลบ [ภาพ6] จากนั้นกำหนดรายละเอียดในแต่ละรายการ
[ภาพ6]
X resolution | – กำหนดความละเอียดของภาพในแนวนอน (แกน X) |
Y resolution | – กำหนดความละเอียดของภาพในแนวตั้ง (แกน Y)
ข- หากนำไปใช้กับเว็บเพ็จควรกำหนดค่าเท่ากับ 72 ppi
ข- งานพิมพ์กำหนดค่าเท่ากับ 200 – 300 ppi |
Color space | – กำหนดโหมดภาพ ได้แก่ ภาพสี (RGB color) และภาพสีเทา (Grayscale) |
Fill with | – กำหนดพื้นหลังของภาพ มีรายละเอียด ดังนี้
– Foreground Color กำหนดสีพื้นหลังเป็นสีโฟว์กราวนด์ (Foreground)
– Background Color กำหนดสีพื้นหลังเป็นสีแบล็คกราวนด์(Background)
– White กำหนดสีพื้นหลังเป็นสีขาว
– Transparency กำหนดพื้นหลังเป็นแบบโปร่งใส |
| Comment | – เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับภาพ |
2.3 คลิกปุ่ม เพื่อสร้างไฟล์ใหม่ตามที่เรากำหนด 2.4 จะปรากฏหน้าต่าง Image Window ขึ้นมาดังนี้ กรณีกำหนด Fill with สีพื้นหลังของภาพ เป็นสีขาว หรือ Background color ซึ่งค่าสีเริ่มต้นคือสีขาว [ภาพ7]
[ภาพ7]
กรณีกำหนด Fill with สีพื้นหลังของภาพ เป็นสี Foreground color ซึ่งค่าสีเริ่มต้นคือสีดำ [ภาพ8]
[ภาพ8]
กรณีกำหนด Fill with สีพื้นหลังของภาพ เป็นTransparency ซึ่งพื้นหลังเป็นแบบโปร่งใสเหมือนกับเขียนภาพบนแผ่นใส [ภาพ9]
[ภาพ9]
2.5 จากนั้น ก็ลงมือสร้างงานกราฟิกได้เลย
|
| | |
| | Tip!___องค์ประกอบที่มีผลกับไฟล์ภาพ - ขนาดของภาพ (Image Size) ความกว้างและความยาว
- ความละเอียด (Resolution) เช่น
- ภาพบนเว็บและพรีเซนเตชั่น ควรใช้ 72 ppi
- ภาพพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ควรใช้ 200 ppi
- ภาพสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ต้องเข้าพิมพ์ในโรงพิมพ์ ควรใช้ 300 ppi
- โหมดสีของภาพ (Mode) เรียงตามขนาดไฟล์น้อยไปมาก ดังนี้ Bitmap, Grayscale, RGB, CMYK, Lab color
** ควรกำหนดในแต่ละหัวข้อตามความต้องการใช้งานจริง เพื่อช่วยลดขนาดไฟล์ และลดการทำงานของคอมพิวเตอร์ **
|
|
|
การย้อนหลังการทำงาน
การย้อนกลับการทำงานทีละขั้นตอน เมื่อมีการงานผิดพลาด สามารถยกเลิกได้ด้วยคำสั่ง Edit --> Undo หรือ กดคีย์ Ctrl + Z ได้ทันที ซึ่งสามารถย้อนกลับการทำงานทีละขั้นตอน ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงขั้นตอนที่ต้องการ
|

[ภาพ10] ไดอะล็อก Undo History | การย้อนกลับการทำงานทีละหลายขั้นตอน
โปรแกรม GIMP จะมีการบันทึกขั้นตอนการทำงานลงในไดอะล็อก Undo History โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่แรกจนถึงขั้นตอนล่าสุด โดยขั้นตอนที่ทำก่อนจะถูก เรียงอยู่บน และขั้นตอนล่าสุดจะอยู่ล่างสุดในรายการ ดังนั้นถ้าเราทำงานผิดพลาดมาหลายคำสั่ง จะทำการย้อยกลับการทำงานด้วย Undo History ได้รวดเร็วกว่าการ กดคีย์ Ctrl + Z ดังตัวอย่างด้านล่าง
หน้าต่างไดอะล็อก Undo History จะแสดงขั้นตอนการทำงานที่กับภาพซึ่งได้บันทึกการทำงานไว้ ตั้งแต่แรก [Base Image] จนถึงการทำงานขั้นตอนล่าสุด [ภาพ10] ถ้าต้องการย้อนกลับก็ใช้เมาส์คลิกขั้นตอนที่ต้องการย้อนกลับได้เลย |
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น